สารจากประธานกรรมการ

เรียนท่านผู้ถือหุ้น

ภาวะเศรษฐกิจของไทยในรอบปี 2560 มีการเติบโตในระดับร้อยละ 3.8 ซึ่งเป็นผลจากการส่งออกของสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.9 เป็นมูลค่ารวม 236,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นมากกว่าปี 2559 ที่การส่งออกเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.5 เป็นการเพิ่มสูงสุดในรอบ 4 ปี และในทุกตลาดสำคัญ เช่น จีน ญี่ปุ่น อาเซียน สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป อย่างไรก็ตาม การส่งออกของกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ที่อยู่ในธุรกิจของบริษัทฯ หมวดรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ส่วนหมวดเครื่องปรับอากาศ การส่งออกลดลง ส่งผลให้การผลิตรถยนต์ของไทยในปี 2560 มีจำนวน 1.9 ล้านคันเท่ากับปี 2559 และการผลิตเครื่องปรับอากาศมีจำนวน 20 ล้านเครื่อง ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2559 ที่มียอดการผลิตรวม 21.8 ล้านเครื่อง

ผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2560 สามารถสร้างยอดขายรวม 7,527 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิ 401 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับผลประกอบการของปี 2559 นอกจากนั้น ผลจากการย้ายโรงงานประกอบเครื่องปรับอากาศจากแหลมฉบังไปอยู่ที่กลุ่มโรงงานของ SNC ที่ระยอง มีผลทำให้ประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยรวมมีแนวโน้มดีขึ้น และยังสามารถหาประโยชน์จากอาคารและที่ดินของโรงงานที่แหลมฉบัง รวมทั้งการลงทุนผลิตกระแสไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Roof) ของบริษัทในเครือที่ระยอง ก็แล้วเสร็จ และสามารถลดค่าใช้จ่ายค่ากระแสไฟฟ้าได้มากในอนาคต

ผมขอเรียนว่า คณะกรรมการฯ และผู้บริหาร ตระหนักและให้ความสำคัญในการปรับตัวเพื่อพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ รวมทั้งการลงทุนในธุรกิจใหม่ ที่มีแนวโน้มที่ดี เช่น การลงทุนในธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะชุมชนที่จังหวัดยะลา ที่ได้มีการเตรียมการในปี 2560 และคาดว่าจะมีความชัดเจนในการดำเนินงานในปี 2561 และหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ก็จะสามารถขยายการลงทุนไปในพื้นที่อื่นๆ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่จะสร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทในระยะยาว