สารจากประธานกรรมการ
เรียน ท่านผู้ถือหุ้น
ในรอบปีที่ผ่านมา ภาคอุตสาหกรรมของไทยในหลายๆ สาขาเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงและการหดตัวของความต้องการ การเพิ่มขึ้นของผู้ผลิตจากต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในไทย และการทุ่มตลาดของสินค้านำเข้าที่หลากหลายจากประเทศที่ผู้ผลิตมีต้นทุนต่ำ และสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมตกอยู่ในภาวะถดถอย ต้องปิดตัวเลิกจ้างงาน หรือปรับตัวลดขนาดกิจการและเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับกิจการของต่างชาติที่ลงทุนในไทยเช่นกัน
ด้านภาวะเศรษฐกิจโดยรวม แม้ว่าการส่งออกจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.8 เมื่อเทียบกับปี 2566 และจำนวนนักท่องเที่ยวมากถึง 35.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.2 แต่เศรษฐกิจของไทย GDP ขยายตัวเพียงร้อยละ 2.5 ในปี 2567 สะท้อนถึงกำลังซื้อของประชาชนที่ตกต่ำ เช่น ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศลดเหลือเพียง 550,000 คัน เทียบกับอดีตที่มียอดจำหน่ายประมาณ 1 ล้านคันต่อปี
ผลการดำเนินงานในปี 2567 บริษัทฯ ก็ประสบกับการที่มีคู่แข่งจากต่างประเทศเข้ามาในธุรกิจมากขึ้น โดยมียอดขาย 8,730 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6.4 เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีผลประกอบการขาดทุน 94 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการหดตัวในธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) เครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้า ตามแนวทางการปรับตัวของบริษัทฯ
อย่างไรก็ตาม ผมขอเรียนว่าทิศทางการดำเนินธุรกิจในอนาคต SNC ได้ปรับตัวมุ่งสู่ธุรกิจใหม่ที่คาดว่าจะมีแนวโน้มที่ดี อาทิ เช่น โครงการพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม พื้นที่เริ่มต้น 1,230 ไร่ โครงการโรงไฟฟ้าขยะ ยะลาฟ้าสะอาดซึ่งจะเริ่มดำเนินการในต้นปี 2568 ธุรกิจ Industrial Solution ให้บริการพัฒนาระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ซึ่ง SNC มีความรู้ความเชี่ยวชาญ รวมทั้งธุรกิจเดิมที่มีความเข้มแข็งเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ และธุรกิจรับจ้างผลิต และคาดว่าจะพลิกฟื้นธุรกิจให้กลับมาเติบโต ได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
ในนามของคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหาร ผมขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น กลุ่มธุรกิจต่างๆ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ให้การสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอด