สารจากประธานกรรมการ

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

มาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของสหรัฐอเมริกาที่ประกาศใช้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลกตั้งแต่ต้นปี 2568 ได้สร้างความปั่นป่วนต่อระบบการค้าของโลก รวมทั้งประเทศไทยที่ถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าสหรัฐฯ สูงถึงร้อยละ 36 ในช่วงแรก ก่อนที่จะปรับลดเป็นร้อยละ 19 จากผลการเจรจา เป็นภาระและปัญหาต่อภาคธุรกิจของไทยที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ สูงถึงร้อยละ 18 และการส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ที่ไทยเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน ทำให้อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมยานยนตร์ที่เป็นตลาดหลักของบริษัทฯ ไม่สามารถคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต อีกทั้งการย้ายฐานการผลิตของบางกลุ่มอุตสาหกรรมมาที่ประเทศไทย ส่งผลให้การแข่งขันรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทฯ มียอดขาย 9,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของรายได้ในธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) และมากกว่ารายได้ที่ลดลงของกลุ่มชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า และมีกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจำนวน 529 ล้านบาท ทำให้มีกำไรสุทธิ 477 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มียอดขาดทุนสุทธิ 92 ล้านบาท

ผมขอเรียนว่าในส่วนทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 และอนาคต บริษัทฯ ยังคงมุ่นเน้นทั้งการดำเนินงานในธุรกิจเดิมการรับจ้างผลิต (OEM) กลุ่มการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องใช้ไฟฟ้าและยานยนตร์ รวมทั้งกลุ่มธุรกิจใหม่ นิคมอุตสาหกรรมที่ได้พัฒนาบรรลุตามแผน ธุรกิจสนามกอล์ฟและกิจการโรงไฟฟ้าจากขยะชุมชนที่ยะลา ซึ่งคาดว่าจะมีผลการดำเนินงานที่ดีทั้งด้านรายได้และผลกำไร รวมทั้งการพัฒนาธุรกิจ Industrial Solution เพื่อให้บริการพัฒนาระบบอัตโนมัติและหุ่นยนตร์เพื่ออุตสาหกรรม ซึ่ง SNC มีบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมานานและประสบการณ์ที่ได้พัฒนาระบบและติดตั้งใช้ในกิจการของ SNC ที่ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี

ในนามของคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหาร ผมขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น กลุ่มธุรกิจต่างๆ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ให้การสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอด