ปัจจัยความเสี่ยง

ปัจจัยความเสี่ยง

ปัจจัยความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจของบริษัทที่อาจมีผลกระทบต่อผลตอบแทนจากการลงทุนของผู้ลงทุนอย่างมีนัยสำคัญสามารถสรุปได้ดังนี้

ความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ

ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบ

วัตถุดิบที่สำคัญในการผลิตของบริษัทคือ ทองแดง อลูมิเนียม ทองเหลือง เหล็กแผ่น และเม็ดพลาสติก โดยทองแดงเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต ซึ่งมีลักษณะเป็นสินค้าประเภท Commodity กลุ่มโลหะ ที่ประเทศไทยต้องนำเข้าจากต่างประเทศ มาผลิตเป็นชิ้นงาน ราคาซื้อขายเปลี่ยนแปลงตามราคาตลาดโลก ( LME : London Metal Exchange ) ความผันผวนของราคาทองแดงอาจส่งผลให้ต้นทุนในการผลิตของบริษัทเปลี่ยนแปลง สูง/ต่ำ อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารของบริษัทได้วางแนวทางในการปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาทองแดงในอนาคตโดย

  • กำหนดราคาขายทองแดงให้กับลูกค้าโดยประชุมร่วมกับลูกค้า มีการตกลงใช้ราคาหมุนเวียนถัวเฉลี่ยของไตรมาสก่อน มากำหนดราคาขายในไตรมาสปัจจุบัน หมุนเวียนกันไปในแต่ละไตรมาส ( Rolling price ) หรือใช้ราคาทองแดงในเดือนก่อนหน้ามากำหนดราคาขายให้กับลูกค้าในเดือนปัจจุบัน เป็นต้น โดยปัจจุบันบริษัทสามารถเลือกซื้อทองแดง ได้จากซัพพลายเออร์รายใหญ่ 2 รายจากต่างประเทศ นอกจากนั้น ทางบริษัท ฯ ยังมีการหาซัพพลายเออร์สำรองในประเทศ 2-3 รายเพื่อลดความเสี่ยงในการขาดแคลนวัตถุดิบ
  • การสั่งซื้อทองแดงในแต่ละครั้งจะดำเนินการตามแผนการผลิตจากลูกค้า โดยกำหนดให้มีการประชุมร่วมกับลูกค้าอย่างชัดเจนตามแผนการผลิตที่ได้รับจากลูกค้า เพื่อใช้ข้อมูลสำหรับจำนวนการสั่งซื้อและขายในแต่ละเดือน
  • ควบคุมการสั่งซื้อและการบริหารสินค้าคงคลังให้มีปริมาณสินค้าคงเหลือในมือน้อยที่สุด
  • ในกรณีที่ลูกค้าสั่งจองทองแดงกับซัพพลายเออร์ และให้บริษัทเป็นผู้สั่งซื้อ บริษัทจะสั่งซื้อทองแดงตามราคาที่ลูกค้าสั่งจองและใช้ในการกำหนดราคาขายกับลูกค้า เพื่อลดความเสี่ยงด้านราคา

ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่

บริษัทมีลูกค้ารายใหญ่ 4 ราย มียอดรายได้รวมคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 54 หากลูกค้าเหล่านี้ยกเลิก หรือลดปริมาณการว่าจ้างลงอย่างมีนัยสำคัญ จะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัท อย่างไรก็ดี บริษัทมีความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้ารายดังกล่าว บริษัทสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ทั้งในด้านคุณภาพ ราคา การส่งมอบตรงตามกำหนดเวลา ตลอดจนการบริการทั้งก่อนและหลังการขายที่มีประสิทธิภาพทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นต่อบริษัทและมีแนวโน้มของการทำธุรกิจร่วมกันมากขึ้นในอนาคตโดยมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) และแผนการผลิตร่วมกับลูกค้าตั้งแต่เริ่มต้นซึ่งส่งผลให้บริษัทและลูกค้ามีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกันอย่างแน่นแฟ้น และเพื่อเป็นการกระจายสัดส่วนการขาย บริษัทได้มีการจัดหาลูกค้าใหม่เพิ่มเติม โดยการเพิ่มฐานลูกค้าในกลุ่ม ODM และมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับลูกค้านอกจากนี้บริษัทยัง ได้มีการเพิ่มฐานลูกค้าในกลุ่มงานส่วนอื่นๆ ส่งผลให้จำนวนลูกค้ารายย่อยของบริษัท มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจากปีก่อน และมีนโยบายจากผู้บริหารระดับสูงในการหาลูกค้าใหม่ต่อลูกค้าเดิมและรักษาสัดส่วนในอัตราร้อยละ 30 : 70 รวมถึงพิจารณาผลกระทบสัดส่วนของลูกค้ารายใหญ่แต่ละรายหากมีการย้ายฐานต้องไม่มีผลกระทบต่อกำไรของบริษัทเกิน 50 %

ความเสี่ยงที่ลูกค้าจะย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น

กลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท คือ ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องปรับอากาศในอาคารและเครื่องปรับอากาศในรถยนต์ต่างชาติที่มีฐานการผลิตในประเทศไทย ดังนั้นหากลูกค้าย้ายฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศไปยังประเทศอื่นที่มีต้นทุนการผลิตที่ถูกกว่าประเทศไทยในอนาคต เช่น ประเทศจีน และประเทศเวียดนาม อาจส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยได้

อย่างไรก็ดี ประเทศไทยยังมีศักยภาพในการเป็นผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศเหนือคู่แข่งในภูมิภาคเดียวกัน เนื่องจากประเทศไทยเป็นศูนย์กลางวัตถุดิบและชิ้นส่วนการผลิตของเครื่องปรับอากาศทั้งหมด ซึ่งการย้ายฐานการผลิตไปที่ประเทศอื่นนั้น อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพของสินค้า เช่น ท่อทองแดง เกิดสนิมจากสภาวะอากาศที่ชื้น หรือหักงอเนื่องจากบรรจุภัณฑ์และกระบวนการขนส่ง รวมถึงต้นทุนของผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นจากค่าขนส่งและค่าประกันภัยสินค้า

นอกจากนี้ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของลูกค้าที่คงฐานการผลิตอยู่ในประเทศไทย โดยไม่ย้ายไปประเทศจีนและเวียดนาม ได้แก่ ปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาที่รัฐบาลจีนยังไม่สามารถหามาตรการป้องกันได้ ปัญหาความขัดแย้งทางด้านเชื้อชาติซึ่งส่งผลให้การบริหารงานเกิดความไม่คล่องตัว รวมถึงยังไม่มีสาธารณูปโภคที่ครบครันและเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สามารถรองรับอุตสาหกรรมการผลิตต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่าประเทศไทย

ความเสี่ยงจากคู่แข่งขัน จากต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย

จากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทำให้มีนักลงทุนจากต่างประเทศ เช่น นักลงทุนจากจีน ,เกาหลี และอื่น ๆ มาตั้งโรงงานผลิตสินค้าในประเทศไทยเพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี ทำให้เกิดการแข่งขันเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท อย่างไรก็ตามผู้บริหารของกิจการได้วางแนวทางเพื่อลดความเสี่ยง ดังนี้

  • ด้านคุณภาพ
    มุ่งรักษา และ ควบคุมคุณภาพในการผลิตสินค้าให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า
  • ด้านการส่งมอบ
    ส่งมอบงานตรงเวลา
  • ด้านราคา
    พิจารณากำลังการผลิตที่ยังเหลืออยู่ เพื่อใช้เครื่องจักรให้เต็มประสิทธิภาพหมุนเวียนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ใช้นโยบายเสนอต้นทุนที่ต่ำให้กับลูกค้า เพื่อจูงใจให้ลูกค้าเพิ่มยอดการสั่งซื้อ , เพิ่มโอกาสในการได้รับงานใหม่ ๆ ส่งผลให้ปริมาณการผลิตและยอดรายได้เพิ่มขึ้น กำไรส่วนเกินที่เพิ่มขึ้นนำไปชดเชยต้นทุนคงที่ ทำให้อัตราส่วนการดำเนินงานดีขึ้น และ ลูกค้าได้สินค้าในราคาที่เหมาะสม มีต้นทุนที่สามารถนำไปแข่งขันในตลาดได้ ได้รับประโยชน์ร่วมกันทั้งบริษัท ฯและลูกค้า
  • ด้านบริการ
    ตอบสนองข้อมูลและความต้องการของลูกค้าได้ทันทีทั้งก่อนและหลังการขาย สร้างความประทับใจให้ลูกค้า พร้อมที่จะช่วยเหลือและให้ความร่วมมือตามความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี และสร้างความรู้สึกให้ลูกค้ารับรู้ว่า ลูกค้าคือคนสำคัญเปรียบเสมือนเป็นหุ้นส่วนของบริษัท ฯ

ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่มีผลกระทบต่อธุรกิจ

ในภาวะปัจจุบันผู้บริโภคมีความต้องการเครื่องมือเครื่องใช้ที่อำนวยความสะดวก ในการใช้ชีวิตประจำวันและมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงทำให้ผู้ผลิตต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตสินค้าโดยมีการออกแบบ พัฒนา รูปแบบการผลิตสินค้า ให้มีความทันสมัย ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค จึงทำให้เกิดภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้น โดยมุ่งเน้นที่คุณภาพ , การตอบสนองที่รวดเร็ว ,ราคา ที่สามารถแข่งขันได้ ทำให้รูปแบบผลิตสินค้าจะมีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หากบริษัทไม่ศึกษาหาเทคโนโลยี วิธีการใหม่ ๆ เพื่อรองรับการผลิตงานให้มีความหลากหลาย อาจทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจ

ทางบริษัทจึงมีการจัดตั้งหน่วยงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อศึกษาและจัดหาเทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ ของกลุ่มบริษัท ในการต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์เดิม และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจโดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และออกแบบผลิตภัณฑ์ร่วมกับลูกค้า

ความเสี่ยงด้านการเงิน

ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

บริษัทมีการนำเข้าวัตถุดิบและการจำหน่ายสินค้าไปยังต่างประเทศ โดยมีCredit term ประมาณ 30 - 60 วันความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนจึงอาจกระทบต่อผลการดำเนินงานทั้งนี้บริษัทได้พิจารณาใช้เครื่องมือทางการเงินในการบริหารความเสี่ยงดังกล่าวทั้งจำนวน โดยบริษัทมีการซื้อวัตถุดิบที่เป็นเงินตราต่างประเทศ 15% ของยอดซื้อวัตถุดิบทั้งสิ้น และยอดขายที่เป็นเงินตราต่างประเทศ 8%ของยอดขายรวม